แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน เส้นทางเที่ยวสายโรแมนติก ผ่าน 4,088 โค้ง เส้นทางเดียวเที่ยวได้ครบ
7,935 17  ม.ค. 2562

แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย ที่เมื่อถึงหน้าหนาวทีไรใครๆ ก็เลือกจังหวัดนี้เป็นจุดหมายปลายทางในการมาเที่ยวมาพักผ่อน มาสัมผัสธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นเต็ม เมื่อพูดถึงแม่ฮ่องสอนทีไรหลายคนก็คงคิดถึงเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามภูเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ตลอดสองข้างทางที่มีทั้งต้นไม้และสายหมอกที่น่าหลงไหลและโรแมนติกสุดๆ ลองมาพิชิต 4,088 โค้งกับเส้นทางสายโรแมนติกแห่งนี้ดูสักครั้ง...


Day1

ช่วงเดือน พฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นช่วงที่ใครๆ ก็อยากขึ้นเหนือมาสัมผัสอากาศหนาวๆ และแน่นอน ทริปเก็ทเตอร์ ก็ไม่พลาดที่จะไปเก็บบรรยากาศช่วงที่สวยที่สุดของแม่ฮ่องสอนมาฝากเพื่อนๆ วันนี้เราเดินทางออกจากเชียงใหม่กันตั้งแต่เช้ามืดและมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.ปาย เป็นเส้นทางเริ่มต้นของทริปนี้

Screen Shot 2562-01-07 at 16.52.18

และจุดแรกที่เราเห็นแล้วถึงกับต้องร้องว้าว! เลยก็คือ จุดชมวิวโค้งงาม จุดชมวิวทะเลหมอกริมทางที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง เราก็ไม่พลาดที่จะลงไปสูดโอโซนยามเช้าและถ่ายรูปเก็บไว้

KongNgamviewpoint-5

KongNgamviewpoint-5

และแล้วเราก็เข้าสู่ อ.ปาย ซึ่งมี สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินยอดฮิตที่ใครๆ มาแล้วก็ต้องลงมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ แถมยังมีร้านขายของฝากมากมายอีกด้วย

Paibridge-1

ใกล้ๆ กันยังมีคาเฟ่บรรยากาศดีให้เราได้นั่งชิลล์และเป็นที่พักรถอย่าง Coffee Tea Sapan คาเฟ่สไตล์ไม้แบบล้านนาที่เต็มไปด้วยดอกไม้สวยๆ เราเลยจัดลาเต้ร้อนมาคลายความหนาวแบบฟินๆ พร้อมนั่งชมวิวสะพานแบบชิลล์ๆ ก่อนจะออกเดินทางกันต่อ 

Coffeeteasapanpai-2

Coffeeteasapanpai-2

เราเดินทางมาต่อกันที่ บ่อน้ำพุร้อนไทรงาม บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่อยู่ระหว่างเส้นทางวงกลม สังเกตง่ายๆ ถ้าออกจากตัวเมืองปายมาแล้วทางเข้าจะอยู่ทางขวามือหรืออยากให้ชัวร์เปิด Google map มาได้เลย มาทั้งทีเราเลยไม่พลาดที่จะแวะเข้าไปแช่ตัวสักหน่อยเสียค่าเข้าอุทยานฯ คนละ 30 และเสียค่าเข้าบ่อน้ำร้อนอีกคนละ 20 ก็ได้เข้าไปแช่ตัวแบบฟินๆ 

Hotspring-3

น้ำใสและอุ่นมากๆ และเชื่อกันว่าสามารถบำบัดและบรรเทาจากโรคภัยไข้เจ็บได้ด้วยนะ 

Hotspring-3

ขับรถมาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึง ดอยกิ่วลม จุดพักรถและจุดชมวิวที่มีชิงช้าชาวเขาเป็นไฮไลท์ที่ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะมาโล้ชิงช้าและถ่ายรูปเก็บไว้

Kiwlomviewpoint-12

Kiwlomviewpoint-12

Kiwlomviewpoint-12

และยังมีจุดชมวิวภูเขาสวยๆ ให้เราได้ถ่ายรูปอีกด้วย

Kiwlomviewpoint-2

พักรถและชมวิวที่ดอยกิ่วลมจนหายเหนื่อยแล้ว เราก็มาต่อกันที่ บ้านจ่าโบ่ อ.ปางมะผ้า หมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เรียบง่ายแบบชาวเขาลาหู่และยังเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ บรรยากาศของหมู่บ้านรายล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

BaanjaboVillage-19 

สองข้างทางมีของแฮนด์เมดที่ทำโดยชาวบ้านมาให้เลือกซื้อกันอีกด้วย

Baanjabo

และที่นี่ยังมีจุดเช็คอินที่เที่ยวในหมู่บ้านแบบที่เรียกได้ว่าถ้ามาบ้านจ่าโบ่แล้วต้องลองไปให้ได้สักครั้งคือ ถ้ำผีแมนบ้านจ่าโบ่ ที่เป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยโบราณ

BaanjaboVillage-13

BaanjaboVillage-13

นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่น่ารักๆ อย่าง Dekdoi Coffee คาเฟ่สไตล์ไม้บรรยากาศดีที่สามารถมานั่งชิลล์ๆ รับลมชมวิวพร้อมจิบเครื่องดื่มสักแก้วสองแก้ว

Dekdoicoffee-16

Dekdoicoffee-16

พอแสงแดดค่อยๆ จางหายไป อากาศเย็นๆ หนาวๆ ก็เข้ามาทันที วันนี้เราพักกันที่ ลานกางเต็นท์จ่าทอ&โฮมสเตย์บ้านจ่าโบ่ ที่พักบนเนินเขาที่มีบ้านพักน่ารักๆ หันหน้าออกสู่วิวและยังมีลานกางเต็นท์ให้ท้าทายความหนาวอีกด้วย 

Jatohhomestay-26

Jatohhomestay-26

Jatohhomestay-26

มุมชิลล์ๆ จากในเต็นท์ระเบียงไม้ไผ่

Jatohhomestay-28

แถมยังมีมื้อเย็นเสิร์ฟถึงหน้าบ้านพัก ให้กินกันที่ระเบียงหน้าบ้าน

Jatohhomestay-37

Jatohhomestay-36

ยิ่งตกดึกอากาศก็ยิ่งหนาว เลยขอตัวมานั่งผิงไฟสักหน่อย สำหรับใครที่ชอบดูดาว รับรองเลยว่าที่บ้านจ่าโบ่ไม่ผิดหวังเพราะที่นี่ดาวเยอะซะจนคิดว่านอนดูดาวที่ท้องฟ้าจำลองอย่างไงอย่างงั้น 

Jatohhomestay-41

ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาวเราเลยต้องขอตัวไปนอนเก็บแรงไว้มาตะลุยต่อกันในวันพรุ่งนี้...


Day2 

เช้านี้เราตื่นกันตั้งแต่ตี5 เพื่อที่จะไปพิชิต ยอดดอยภูผาหมอก โดยมีไกด์ของที่พักลานกางเต็นท์จ่าทอที่นำทางเราเดินไปพิชิตยอดดอยก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาน 500 เมตร ทางขึ้นสามารถขึ้นไปได้ไม่ลำบากแต่ค่อนข้างสูงชันและต้องปีนขึ้นทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 

ใช้เวลาเดินขึ้นประมาน 20 นาทีเราก็ขึ้นมาถึงบนยอดดอยตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อมารอดูไฮไลท์ที่สวยที่สุดคือตอนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าโชคดีอาจได้เจอทะเลหมอกอีกด้วย

Phupamok-1

พอแสงจากพระอาทิตย์เริ่มสว่างภาพที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าคือภูเขาที่สลับซับซ้อนกันไกลจนสุดสายตา และพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้น คล้ายกับโผล่ขึ้นมาจากภูเขา

Phupamok-7

Phupamok-7

Phupamok-7

และยังมองเห็นวิวบ้านจ่าโบ่อีกด้วย 

Phupamok-7

เมื่อลงมาถึงก็ต้องมาจัดของอร่อยๆ อย่าง ก๋วยเตี๋ยวทะเลหมอกบ้านจ่าโบ่ ร้านก๋วยเตี๋ยวสุดฮิตที่มาบ้านจ่าโบ่แล้วไม่ได้มาลิ้มลองรสชาติถือว่ามาไม่ถึง ในราคาถ้วยละ 40 บาท

Hoikanoodle-37

Hoikanoodle-37

มุมที่เป็นไฮไลท์เลยก็คือระเบียงห้อยขา ที่มานั่งแล้วได้ฟีลสุดๆ ก๋วยเตี๋ยวหลักสิบแต่วิวหลักล้านสมกับคำล่ำลือจริงๆ 

Hoikanoodle-37 

พออิ่มท้องแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางไปต่อที่ ปางอุ๋ง เราต้องไปถึงปางอุ๋งก่อนเที่ยงเพื่อที่จะไปจองที่กางเต็นท์ทำเลดีๆ เพราะเนื่องจากเราไม่ได้จองล่วงหน้าเอาไว้ สำหรับใครที่จองล่วงหน้าไว้จะต้องเข้าไปติดต่อที่อุทยานฯถ้ำปลา-ผาเสือก่อน จากบ้านจ่าโบ่ถึงปางอุ๋งใช้เวลาเดินทางประมาน 2 ชั่วโมง เมื่อมาถึงสามารถขับรถเข้าไปในส่วนของกรมป่าไม้ปางอุ๋งได้เลย และเสียค่าเข้า+ค่าพื้นที่กางเต็นท์ ตกคนละ 50 บาท (นำเต็นท์มาเอง)

Pangoung-30

Pangoung-30

เราเลือกที่กางเต็นท์ใกล้ๆ ทะเลสาบเพราะจุดเด่นของปางอุ๋งคือทะเลสาบและป่าสน แบบที่เปิดเต็นท์มาแล้วเจอหมอกลอยบนผิวน้ำพร้อมอากาศหนาวๆ 

Pangoung-30

เมื่อเรากางเต็นท์เสร็จเราเลยวางแพลนไปต่อกันที่ หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านจีนยูนนานสุดอันซีนที่อยู่ไม่ไกลจากปางอุ๋ง ใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมง สำหรับใครที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกต้องกลับเข้ามาที่ปางอุ๋งก่อนเวลา 18.00 น. เพราะเป็นเวลาปิดทำการของส่วนกรมป่าไม้

Screen Shot 2562-01-04 at 14.51.14

หมู่บ้านรักไทย เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่โดนเด่นด้วยบ้านเรือนที่สร้างริมทะเลสาบ และยังมีที่พักบรรยากาศดีๆ อยู่มากมาย ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือวิวทะเลสาบกลางหมู่บ้าน

Chasarakthai-2

ขับรถมาจากปางอุ๋งประมานครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงหมู่บ้านรักไทย เราเลยมาฝากความหิวกันที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของที่นี่อย่างร้าน ลีไวน์รักไทย อาหารจีนยูนาน และยังมี ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท ที่พักสวยๆ ที่มีไร่ชาให้เราได้เข้าไปชมอีกด้วย 

Rewinerakthai-9

Rewinerakthai-9

Rewinerakthai-9

เที่ยวชมบรรยากาศบ้านรักไทยจนเพลินก็ได้เวลากลับมาปางอุ๋งก่อนที่จะหมดเวลาเข้า ก่อนกลับเราเลยมาแวะที่ร้าน Coffee Camp คาเฟ่สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ระหว่างทางกลับปางอุ๋ง

Coffeecamp-8

Coffeecamp-8

บรรยากาศยามเย็นของปางอุ๋งถึงอากาศจะเริ่มหนาวแต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นทั้งครอบครัวและคู่รักที่พากันมาเที่ยว เราเลยไปเดินเล่นรับลมเย็นๆ แบบชิลล์ๆ 

Pangoung-4

Pangoung-4

Pangoung-8

และกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการปิ้งย่างหมู่กระทะกินหน้าเต็นท์ ที่นี่จะมีร้านค้าที่บริการหมูกระทะพร้อมเตา ชุดละ 300 บาท หรือใครที่อยากเตรียมของมาปิ้งย่างเองก็ได้นะ หมูกระทะร้อนๆ กับอากาศหนาวๆ ที่หน้าเต็นท์เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ 

Pangoung-53

ใครที่อยากเห็นดาวชัดๆ บอกเลยว่าปางอุ๋งไม่ทำให้ผิดหวังเพราะบรรยากาศของปางอุ๋งยามค่ำคืนจะมืดและเงียบมากๆ สามารถมองเห็นดาวเต็มท้องฟ้าได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว

Pangoung-58


Day3

เช้าวันที่3 ของทริป เรารีบตื่นแต่เช้าในอากาศ 10 องศา และเราก็รีบมาทำกิจกรรมซึ่งอีกหนึ่งไฮไลท์ของปางอุ๋งคือการมาล่องแพไม้ไผ่ยามเช้าท่ามกลางสายหมอกที่ลอยขึ้นบนผิวน้ำ ล่องแพไม้ไผ่ราคา 150 บาทสามารถนั่งได้ 2 คน 

Pangoung-37

สายหมอกที่ลอยบนผิวน้ำที่มาปะทะกับร่างกายทำให้เป็นเช้าที่สดชื่นสุดๆ ถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นหงส์ขาว หงส์ดำ ตัวเป็นๆ ที่จะออกมาโชว์ตัวให้เห็นอีกด้วย

Pangoung-37

หรือใครที่อยากทำบุญ ที่ปางอุ๋งก็มีพระที่จะมาเดินบิณฑบาตรในตอนเช้า และยังมีเซ็ตสำหรับตักบาตรขายอีกด้วย

Pangoung-37

มุมสะพานนี้ก็ถ่ายรูปสวยไปอีกแบบ

Pangoung-37

ก่อนเดินทางต่อเราเลยแวะเดินเล่นในหมู่บ้านรวมไทย หมู่บ้านที่อยู่ทางเข้าปางอุ๋ง หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านที่ยังคงรักษาวิธีชีวิตแบบดั่งเดิมเอาไว้และสำหรับใครที่ไม่อยากนอนเต็นท์ ที่หมู่บ้านรวมไทยก็มีโฮมสเตย์ให้เลือกอยู่มากมาย และต้องไม่พลาดที่จะแวะมาชิมรสชาติกาแฟ ลุงปาละ คอฟฟี่ ร้านกาแฟที่มีคุณลุงปาละเป็นคนคั่วเมล็ดกาแฟเองทุกขั้นตอน แค่เดินเข้าไปในร้านก็ได้กลิ่นกาแฟหอมๆ ใครที่เป็นคอกาแฟต้องห้ามพลาดเด็ดขาด 

Pangoung-37

Palacoffee-3

และจุดมุ่งหมายต่อไปที่เรามาถึงก็คือ วัดพระธาตุดอยกองมู วัดคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนที่มีเจดีย์องค์สีขาวตั้งอยู่สูงเสียดฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนและใช้เวลาเดินทางจากปางอุ๋งประมาน 1 ชั่วโมง

Doikongmu-9

Doikongmu-9

ใกล้ๆ ลานจอดรถบนพระธาตุดอยกองมูยังมีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Before Sunset อยู่อีกด้วย

Beforesunset-2

และมาไหว้พระกันต่อที่ วัดจองกลาง-วัดจองคำ อีกหนึ่งวัดสำคัญซึ่งเป็นศิลปะแบบไทใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดพระธาตุดอยกองมู 

Watjongklang-9

Watjongkum-5

ก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปที่ดอยแม่อูคอ เราก็เลยแวะ ร้านใบเฟิร์น ร้านอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองแม่ฮ่องสอน และไม่พลาดที่จะสั่งเมนูแนนำของทางร้านอย่าง อุ๊ปไก่, ผักกาดจอ และน้ำพริกอ่อง

Baifern-9

Baifern-9

อิ่มท้องกันแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ เราปักหมุดมากันต่อที่ น้ำตกแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม น้ำตกที่ไหลจากซอกหินและไหลลงสู่หน้าผาสูงกว่า 200 เมตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินเมื่อมาถึงดอยแม่อูคอแล้วต้องห้ามพลาด

Maesurinwaterfall-10

Maesurinwaterfall-10

ปกติฤดูท่องเที่ยวดอยแม่อูคอจะเป็นช่วงเดือน พฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม เพราะจะเป็นช่วงที่ดอกบัวตองสีเหลืองบานสะพรั่งไปทั่วทั้งดอย แต่น่าเสียดายที่เรามาช้าไปนิด แต่ก็ยังพอมีดอกที่ยังบานเหลือให้เราได้ชมอยู่

Dokbuatongviewpoint-5

Dokbuatongviewpoint-5

วันนี้เราพักกันที่ สวนดอยแม่อูคอ ที่พักสไตล์บ้านๆ แต่วิวไม่บ้าน เพราะที่นี่หันหน้าออกสู่วิวภูเขาสุดยิ่งใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ดอกบัวตองบานจะยิ่งสวยงามมากๆ 

Suandoimaeoukoh-21

Suandoimaeoukoh-21

วิวพระอาทิตย์ตกดินที่ สวนดอยแม่อูคอ สวยและโรแมนติกสุดๆ

Suandoimaeoukoh-24

Suandoimaeoukoh-24


Day4 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้ เราตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ระเบียงหน้าบ้านพักกันตั้งแต่เช้า ก่อนเดินทางกลับเชียงใหม่ซึ่งระหว่างทางกลับเชียงใหม่ก็ยังมีที่เที่ยวที่เราสามารถแวะเที่ยวได้ง่ายๆ อีกด้วย

Suandoimaeoukoh-11

แวะดูวิวทะเลหมอกตอนเช้าที่ดอยแม่อูคอ

Maeoukohviewpoint-5

วันนี้เรากลับโดยใช้เส้นทาง อ.แม่สะเรียง-ฮอด เข้าสู่ จ.เชียงใหม่ และมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปสวยอย่าง สวนสนบ่อแก้ว สวนสนที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมทางอย่างเป็นระเบียบทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่มานักท่องเที่ยวมาตลอดทั้งปี

Borkaew-7

Borkaew-7

และยังมี อุทยานแห่งชาติออบหลวง ซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับเราเลยแวะเข้าไปเก็บบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆ ด้วย เมื่อมาถึงจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 350 เมตร 

Obluangnationnalpark-1

จุดแรกที่เป็นไฮไลท์ของอุทยานฯออบหลวงคือ หน้าผาจูบกัน ที่มีสะพานระหว่างช่องเขาขาดและมีน้ำไหลผ่านอยู่ด้านล่าง

Obluangnationnalpark-9

Obluangnationnalpark-3

เมื่อเดินข้ามสะพานมาจะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่มีทั้งภาพเขียนตั้งแต่ยุคมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ให้เราได้ชม

Obluangnationnalpark-5

Obluangnationnalpark-6

บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่นและมีจุดชมวิวให้ชมและถ่ายรูปอีกด้วย หากจะเข้ามาเดินที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้องใช้เวลาประมาน1ชั่วโมง ระยะทางประมาน 1,200 เมตร 

Obluangnationnalpark-17

เป็นอย่างไงกันบ้างกับทริปแม่ฮ่องสอน 4วัน3คืน กับทริปเส้นทางสายโรแมนติกแบบเส้นทางเดียวเที่ยวได้ครบทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลองเอาทริปนี้เป็นทริปตัวอย่างในการเดินทาง  ลองหาเวลาว่างมาเที่ยวดูยอ่งช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ ยิ่งเป็นช่วงที่น่ามาเที่ยวสัมผัสบรรยากาศของที่นี่ให้ได้สักครั้ง มาสูดโอโซนให้เต็มปอด รับรองเลยว่าต้องประทับใจจนอยากกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอนกับเมืองสามหมอก แม่ฮ่องสอนแห่งนี้

 

 


เเท็กที่เกี่ยวข้อง
แม่ฮ่องสอน เที่ยวแม่ฮ่องสอน เที่ยวปางอุ๋ง ปางอุ๋ง เส้นทางวงกลม กางเต็นท์ปางอุ๋ง ปาย สะพานประวัติศาสตร์ปาย คอฟฟี่ที่สะพาน บ่อน้ำร้อนไทรงาม จุดชมวิวโค้งงาม ดอยกิ่วลม บ้านจ่าโบ่ ถ้ำผีแมน ยอดดอยภูผาหมอก ดอยภูผาหมอก เด็กดอยคอฟฟี่ ลานกลางเต็นท์จ่าท่อ ลานกางเต็นท์จ่าทอ&โฮมสเตย์บ้านจ่าโบ่ ก๋วยเตี๋ยวทะเลหมอก ล่องแพปางอุ๋ง บ้านรักไทย ลีไวน์รักไทย ขาหมูยูนนาน คอฟฟี่แคมป์ บ้านรวมไทย ลุงปาละคอฟฟี่ วัดพระธาตุดอยกองมู วัดจองกลาง วัดจองคำ ร้านอาหารใบเฟิร์น ร้านใบเฟิร์น น้ำตกแม่สุรินทร์ จุดชมวิวทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ สวนดอยแม่อูคอ ดอกบัวตอง สวนสนบ่อแก้ว อุทยานแห่งชาติออบหลวง ออบหลวง หน้าผาจูบกัน


TOP 10 THE BEST MONTHLY REVIEWS

Copyright 2019 TRIPGETHER. All Rights reserved.

Check Bot

แสดงบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Google (66.249.71.155) วันนี้ เวลา 18.00 น.