ทริปแอ่วเหนือ 48 ชั่วโมงสุดม่วน เชียงใหม่ - ม่อนแจ่ม รวมจุดเช็คอิน เน้นกิน เน้นถ่ายรูป
769
Views
13  ส.ค. 2562

เชียงใหม่ฟ้าหม่น หน้าฝนนี้เชียงใหม่ก็เที่ยวได้นะรู้ยัง? แถมถ้าขึ้นม่อนแจ่มยามฝนพรำแบบนี้ก็ไปเช็คอินฟินๆ ได้เก็บภาพบรรยากาศวิวดอยเย็นฉ่ำกับท้องทุ่งดอกเวอร์บีน่าไฮไลท์หน้าฝนของเชียงใหม่ได้ด้วยแหละ และแน่นอนว่านอกจากแวะไปแชะภาพกับความสดใสสีม่วงแล้วยังได้แวะไปแชะภาพชิคๆ กับสวนกระบองเพชรอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้ไปแชะชิมชิลล์ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์กับคาเฟ่เก๋ๆ ของเชียงใหม่ เรียกได้ว่ามาเชียงใหม่ครั้งนี้เราได้พักผ่อนกับครบจบในทริปเดียวเลยน้า


DAY1

วันนี้เรายอมตื่นเช้าหน่อยเพื่อไปถึงเชียงใหม่เร็วมีเวลาได้เที่ยวหลายที่ เราเลือกขึ้นเครื่องจากสนามบินดอนเมืองเวลาประมาณ 6.50 น. นั่งเครื่องประมาณชั่วโมงนิดๆ เครื่องก็แลนด์ดิ้งที่เชียงใหม่ประมาณ 8.00 น. ไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าไปยัง Makad Bed N Bar คืนนี้เรานอนกันที่นี่แหละ เราเลือกนั่งรถ RTC Chiang Mai City Bus สาย R3 วนขวา ในระหว่างที่ยืนรอรถสามารถใช้แอปพลิเคชั่น CM Transit หรือ ViaBus เพื่อดูตำแหน่งของรถเมล์ทุกสายได้แบบเรียลไทม์ดูได้เลยว่ารถใกล้ถึงเราหรือยัง สะดวกจริงๆ จ้า (รถออกทุก 20 นาที ให้บริการตั้งแต่ 6.00 .- 23.30 .) จ่ายค่ารถแค่ 20 บาท ใช้เวลานั่งรถประมาณ 20 นาทีจากสนามบินเชียงใหม่ก็มาถึง Makad Bed N Bar กันแล้ว

MAP-Airport-Makad

app-map-rtc

มากาดเป็นโฮสเทลลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล่าโจ๊ว ตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง นั่นแหละจ้า เดินๆ มาถึงตรงทางขึ้นจะมีป้ายเขียนว่า ‘มากาด Makad ของฝาก เครื่องดื่ม ที่พัก’ ทางขึ้นจะเป็นบันไดเล็กๆ หน่อยเวลาเดินก็ระวังกันหน่อยน้า แต่พอขึ้นไปถึงก็ต้องบอกเลยว่าข้างบนเท่เก๋กู๊ดมากๆ

Warorodmarket-5

Warorodmarket-9

makat2

Makad Bed N Bar เป็นคาเฟ่&โฮสเทลที่รีโนเวทจากร้านขายผ้าของคุณปู่ที่ประสบอุบัติเหตุเพลิงไหม้ ถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายมาเป็นคาเฟ่และโฮสเทลสุดโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ พร้อมทั้งยังได้เห็นวิวกาดหลวงแบบพาโนราม่าอีกด้วย

makat119

makat11

โดยที่ชั้น 1 เป็นบาร์กาแฟสามารถสั่งเครื่องดื่มและอาหารได้ที่นี่ และสามารถนำขึ้นไปนั่งชิลล์บนดาดฟ้าได้ด้วย

makat4

makat65

ถัดจากคาเฟ่จะเป็นห้องพัก และแน่นอนว่าเราสองคนมาเที่ยวพักผ่อนกันแบบชิลล์ๆ จึงเลือกนอนห้อง Single ห้องพักขนาดกำลังดีนอนชิลล์ได้สองคน ภายในตกแต่งในสไตล์ Air BNB หลังจากที่เราเก็บกระเป๋ากันแล้ว จึงไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์เพื่อขับขึ้นไปเที่ยวกันบนม่อนแจ่มกัน

makat49

makat23

makat25

makat28

โดยรถมอเตอร์ไซค์เช่าของที่นี่ราคาอยู่ที่ 200-300 บาทต่อวัน แล้วแต่ขนาดรถและรุ่นรถที่เราเลือก อ้อ ขี่รถมอไซค์ในเชียงใหม่อย่าลืมสวมหมวกกันน็อคกันด้วยน้า ตำรวจที่นี่เข้มมาก!! ตอนนี้ท้องเริ่มร้องแล้วตั้งแต่เช้าที่มาเชียงใหม่ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย ลองหาร้านอร่อยของที่นี่ดูแล้วมีคาเฟ่น่าแวะเป็นทางผ่านไปม่อนแจ่มพอดี ไม่ต้องรีรอมุ่งหน้าไปยัง Chic 39 Bed Bar & Bakery กันโลด จากโฮสเทลมาถึงคาเฟ่ใช้เวลาประมาณ 20 กว่านาทีเอง

MAP-Makad-Chic-39

เดินเข้ามาข้างในตัวร้านค่อนข้างร่มรื่นมีต้นไม้นานาชนิดล้อมรอบทั้งในตัวร้านและนอกร้าน 

Chic39-225

Chic39-123

ภายในตัวร้านตกแต่งด้วยสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์โมเดิร์นผสมผสานกลิ่นอายของคนเชียงใหม่ที่มีความรักในวัฒนธรรมเมืองเหนือ โดยการเติมแต่งด้วยเบาะนั่งกับหมอนอิงและผ้าม่านสีสันสดใสลายพื้นเมืองผสมผสานกับความเป็นคนเมืองได้อย่างลงตัวทีเดียว

Chic39-12

Chic39-139

และนอกจากมุมน่ารักๆ ภายในตัวร้านแล้วยังมีทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอีกด้วยแหละ แบบนี้ต้องเก็บภาพไปอัพลงโซเชียลซะหน่อย 

Chic39-142

Chic39-136

Chic39-135

เมนูที่เราเลือกกินกันในเช้านี้เป็น พิซซ่าเตาถ่านหน้าน้องกุ้ง ถาดเล็กราคา 175 บาท เป็นเมนูเด็ดที่ใครมาที่นี่ก็ต้องสั่งมารับประทานกันให้ได้เลย

Chic39-36

อีกเมนูเรคคอมเมนด์ของร้านคือ ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง ราคา 359 บาท เป็นซี่โครงหมูที่เนื้อเปื่อยมาก ไม่ต้องหั่นเนื้อก็หลุดจากกระดูกเลย แถมยังหอมและนุ่มมากด้วย

Chic39-61

กินคาวไม่กินหวานไม่ได้ต้องต่อกันที่ ฮันนี่โทสต์มอสเซอเรลล่าชีส ราคา 179 บาท ขนมปังหนานุ่มฉ่ำเนยเสิร์ฟคู่มากับไอศกรีมวนิลลาและน้ำผึ้งป่าหอมหวาน

Chic39-46

Chic39-76

อิ่มท้องกันแล้ว รีบเดินทางต่อไปยังม่อนแจ่มกันเลย โดยใช้เวลาเดินทางจากร้านชิค คาเฟ่ประมาณ 40 นาทีได้ค่ะ การเดินทางค่อนข้างใช้เวลานิดหน่อยแต่ขึ้นไปถึงแล้วคุ้มนะบอกเลย

Rai_Dok_Lom_Nao-68

Rai_Dok_Lom_Nao-73

มาถึงม่อนแจ่มกันแล้วแวะชมวิวตรงทางเข้าแป๊บแล้วมุ่งหน้าเข้าไปยังไร่ดอกลมหนาวสถานที่ที่มีทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงสดใสเต็มทุ่ง ก่อนจะเข้าไปเราต้องจ่ายค่าเข้าชมและบำรุงสถานที่คนละ 20 บาทนะจ๊ะ ตอนเราขึ้นมาถึงกันมีฝนตกนิดๆ ทำให้อากาศข้างบนเย็นสบายมาก แถมวิวดอยที่นี่ก็เขียวชอุ่มสบายตาสุดๆ พร้อมทั้งยังมีทุ่งดอกเวอร์บีน่าที่บานสะพรั่งสวยงามเต็มท้องทุ่งอีกด้วย

Rai_Dok_Lom_Nao-25

Rai_Dok_Lom_Nao-25

Rai_Dok_Lom_Nao-25

หลังจากดื่มด่ำกับการแชะภาพกับทุ่งเวอร์บีน่าแล้วยังไม่หนำใจเลย ลองหาข้อมูลดูแล้วยังมีอีกหนึ่งสถานที่ฮิตๆ ที่ใครมาเชียงใหม่แล้วต้องแวะมาถ่ายรูปคือ สวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ นั่นเองจ้า ค่าเข้าที่นี่คนละ 40 บาทเท่านั้น

SuanPhrueksasat-124

มานั่งแชะภาพกับต้นกระบองเพชรกันแบบชิคๆ ก็ได้รูปไปอัพไอจีรัวๆ แล้วจ้า

SuanPhrueksasat-124

SuanPhrueksasat-124

ภายในสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ มีโซนให้ได้เดินเล่นบนเส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ หรืออีกหนึ่งชื่อเรียก "Canopy Walks" เป็นทางเดินที่มีความยาว 369 เมตร ให้ได้ศึกษาระบบนิเวศชั้นบนของป่าดิบแล้งและป่าดงดิบตามหุบเขา บอกเลยวิวด้านบนสวยงามมากๆ แถมได้รูปไว้โพสเท่ๆ ในไอจีด้วยนะเธอ

SuanPhrueksasat-124

SuanPhrueksasat-124

SuanPhrueksasat-124

นั่งชิลล์ที่น้ำตกแป๊บจ้า

SuanPhrueksasat-124

มุมถ่ายรูปของที่นี่มีเพียบ!! บอกเลยต้องแวะเข้ามา

SuanPhrueksasat-124

SuanPhrueksasat-124

SuanPhrueksasat-124

แวะดูของที่ระลึกกลับไปฝากคนที่บ้านกันหน่อย

SuanPhrueksasat-124

เดินเล่นกันมาสักพักใหญ่แล้ว มองนาฬิกาก็เริ่มเย็นแล้ว เราเลยพากันเดินทางลงมาจากม่อนแจ่มและแวะกินข้าวเย็นกันที่ร้าน ซามูไรคิทเช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากโฮสเทลที่เราพัก ตัวร้านตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นได้อารมณ์เหมือนนั่งในร้านอาหารญี่ปุ่นและที่สำคัญ ทุกเมนู 59 บาท

Samurai-8

Samurai-8

Samurai-8

อิ่มกันแล้ว แวะไปเดินเล่นย่อยอาหารกันสักหน่อยที่ ขัวเหล็ก สะพานข้ามแม่น้ำปิงสักหน่อย เป็นสะพานที่มองเห็นวิวแม่นำ้ปิงและเมืองเชียงใหม่ในยามค่ำคืน ได้รูปไปเช็คอินเพียบจ้า

Kualek-4

Kualek-4

Kualek-4

หมดวันแรกกันไปแล้วในเมืองเชียงใหม่วันนี้เราเน้นเที่ยวแชะ ชิม ชิลล์ๆ ไปกับธรรมชาติและขุนเขา แถมยังได้ที่พักใจกลางเมืองอย่าง Makad Bed N Bar เรียกได้ว่าเป็นทริปที่ชิลล์ ประหยัดงบ และได้รูปเยอะจริงๆ จ้า


DAY2

วันนี้เราตื่นเช้ามาพร้อมสูดอากาศอันบริสุทธิ์ที่เชียงใหม่ และเราเลือกไปกินอาหารเช้ากันที่ โกเผือกโกดำ เป็นร้านเล็กๆ ติดถนนมีประมาณยี่สิบที่นั่ง ร้านเปิดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้นนะจ๊ะ (อ้อ อีกอย่างร้านปิดวันอังคารน้าตัวเอง) เราอยากมานั่งชิลล์ๆ เช็คอินไปกับอาหารเช้าเก๋ๆ อย่างปังชาโคลปิ้งเนย ทานคู่กับชาไทยอุ่นๆ ยามเช้า

Gopueak_9

Gopueak_9

นอกจากนั้นยังสั่งก๊วยจั๊บญวณเส้นเหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อม พร้อมเครื่องจัดเต็มจ้า จับคู่มากับไข่ลวกเติมพลังยามเช้าได้เป็นอย่างดี

Gopueak_9

กินอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พักเพื่อไปเช็คเอาท์และคืนรถมอเตอร์ไซค์ แต่การเดินทางของเรายังไม่หมดเพียงเท่านี้จ้า เราอยากจะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์นั่งจิบชากาแฟชิลล์ๆ พร้อมถ่ายรูปชิคๆ กันต่อ เราเดินจากที่พักไปคาเฟ่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาที คาเฟ่ที่เราไปชิลล์กันคือ Gateway Coffee Roaster เป็นคาเฟ่สุดครีเอทในย่านถนนท่าแพเชียงใหม่ ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้นสองของตึกเก่าอายุกว่า 60 ปี การตกแต่งตัวอาคารเน้นโครงสร้างเดิม ทั้งพื้น หน้าต่าง และระเบียงมีความคลาสสิกมาก

Gateway-3

ภายในตัวร้านแบ่งโซนไว้สำหรับคั่วกาแฟ และต้อนรับลูกค้า โดยโซนคั่วกาแฟนั้นได้ร่วมมือกับร้าน GRAPH one nimman มาช่วยดูแลเรื่องของกาแฟให้โดยเฉพาะ

Gateway-3

ที่นี่เน้นเสิร์ฟกาแฟแบบ Slow Bar และมีเมล็ดกาแฟจากนอกเข้ามาให้เลือกบ้างเป็นครั้งคราว

Gateway-3

Gateway-3

นั่งชิลล์ ถ่ายรูปอัพไอจีกันมาสักพักใหญ่แล้ว ยังมีเวลาเหลือก่อนไปขึ้นเครื่องเราเลยอยากจะไปถ่ายรูปต่อกันอีกสักหน่อย จึงเลือกไปคาเฟ่ไม่ไกลจากสนามบินมากนักคือ Transit Number 8 โดยเดินทางด้วยรถสาธารณะใช้เวลาประมาณ 25 นาที ทรานซิสเป็นคาเฟ่ชิคๆ ในคอนเซ็ปต์ให้เป็นสถานที่นั่งพัก รอเวลาขึ้นเครื่อง เพราะไม่ไกลจากสนามบินเท่าไหร่นัก ตั้งอยู่ในซอย 8 ถนนสนามบินเก่า ตัวอาคารตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาว

Transit8-101

ภายในตัวร้านบรรยากาศโปร่งโล่งสบายด้วยหลังคากระจก พร้อมมีความเก๋ไก๋ด้วยบันไดสีดำคล้ายกับบันไดเลื่อน เน้นใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์สื่อออกมาในสไตล์ Terminal เท่สุดๆ ไปเลย สนุกสนานกันมาสักพักใหญ่แล้วก็ได้เวลาไปขึ้นเครื่อง เราจึงเรียกรถแท็กซี่ของสนามบินมารับเราที่คาเฟ่โดยใช้เวลาประมาณ 20 กว่านาทีก็มาถึงสนามบินแล้ว

Transit8-101

Transit8-101

Transit8-101

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 48 ชั่วโมงในเชียงใหม่ ที่ได้ครบทั้งเที่ยวสถานที่ธรรมชาติ และใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์นั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ ในคาเฟ่ ทั้งยังได้พักที่พักชิคๆ ในตัวเมืองไม่ไกลสถานที่ท่องเที่ยวมากนักอย่าง Makad Bed N Bar ที่สามารถตอบโจทย์คนอยากมานอนพักผ่อนในเมืองเดินทางสะดวกและยังมีคาเฟ่พร้อมมุมถ่ายรูปชิคๆ บนดาดฟ้าอีกด้วย หากใครมีเวลาไม่มากในการเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ก็ลองเอาทริปนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการใช้เวลาพักผ่อนชิลล์ๆ เน้นเที่ยวธรรมชาตินิดๆ เติมเต็มความชิคหน่อยๆ ไปกับคาเฟ่เก๋ๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ที่ไม่ว่าจะมาเที่ยวในฤดูไหนก็รับรองได้เลยว่าคุณจะหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่อย่างแน่นอน

Rai_Dok_Lom_Nao-25


สรุปค่าใช้จ่ายทริปเชียงใหม่-ม่อนแจ่ม
รถ RTC Chiang Mai City Bus 40 บาท (คนละ 20 บาท)
ค่าที่พักมากาด 1 คืน ราคา 600 บาท (หารคนละครึ่ง = 300 บาท)
ค่าเช่ารถจักรยานยนต์ 200 บาท (หารคนละครึ่ง = 100 บาท)
ค่าอาหารมื้อเช้า Chic 39 Bed Bar & Bakery 713 บาท (จำนวนอาหารสามารถทานได้ 4-5 คน) (หารคนละครึ่ง 356.5 บาท)
ค่าเข้าชมไร่ดอกลมหนาว 40 บาท (คนละ 20 บาท)
ค่าเข้าชมสวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 80 บาท (คนละ 40 บาท)
ค่าอาหารมื้อเย็น ซามูไรคิทเช่น 295 บาท (จำนวนอาหารสามารถทานได้ 3-4 คน) (หารคนละครึ่ง 147.5 บาท)
ค่าอาหารมื้อเช้า โกเผือกโกดำ 127 บาท (หารคนละครึ่ง 63.5 บาท)
ค่าเครื่องดื่ม Transit Number 8 ราคา 95 บาท
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม Gateway Coffee Roaster 195 บาท (หารคนละครึ่ง 97.5 บาท)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 150 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทริปนี้ คนละ 1,390 บาท (ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)


เเท็กที่เกี่ยวข้อง
ร้านน่านั่งเชียงใหม่ ที่เที่ยวเชียงใหม่ เชียงใหม่ Chic39 Gateway Coffee Roaster Transit Number 8 Makad Bed N Bar มากาด ขัวเหล็ก ซามูไรคิทเช่น สวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตรอกเล่าโจ๊ว ตลาดวโรรส กาดหลวง ตลาดวโรรส RTC Chiang Mai City Bus เที่ยวเชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่ แม่ริม อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ ม่อนแจ่ม เที่ยวม่อนแจ่ม


TOP 10 THE BEST MONTHLY REVIEWS

Copyright 2019 TRIPGETHER. All Rights reserved.

Check Bot

แสดงบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Mediapartners-Google (Adsense) (72.14.199.246) วันนี้ เวลา 14.15 น.