บ้านแม่กำปอง 2 วัน 1 คืน กินดี อยู่สบาย เที่ยวคุ้ม ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ กับธรรมชาติเขียวๆ
1.8K
Views
2  ก.ย. 2562

บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนสุดชิลล์ที่ทำให้หลายๆ คนต้องตกหลุมรักไปกับวัฒนธรรมเนิบช้า ผู้คนน่ารัก แถมที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีอากาศบริสุทธิ์ให้คุณได้สูดเต็มปอด.. ทริปนี้เลยขอปิดคอมฯ แล้ววาร์ป!! มาพักผ่อน นอนชิลล์กลางป่าใช้ชีวิตแบบ Slow Slow ที่บ้านแม่กำปองสัก 2 วัน 1 คืนกันค่ะ


Day: 1 การเดินทางมายังหมู่บ้านแม่กำปอง สามารถมาได้ทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ โดยจะมีรถตู้จากตลาดวโรรสให้บริการทุกวัน ค่ารถคนละ 150 บาท หากคนน้อยกว่า 5 คนจะคิดเป็นราคาเหมาคันละ 500 บาท ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 2 ชั่วโมง รถจะพาเราลัดเลาะ ผ่านโค้งขึ้นมาตามเนินเขาให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศที่เย็นสบายขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นการเริ่มปรับสมดุลย์ให้ร่างกายค่อยๆ เริ่มซึบซับการพักผ่อนที่เค้าเรียกกันว่า “Slowlife”

จุดแรกที่เรามาถึงคือบริเวณพื้นที่กลางตลาดบ้านแม่กำปอง ไฮไลท์ของที่นี่คือการได้มาหามุมถ่ายรูปสวยๆ กับผนังบ้านไม้เก่าที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งด้านในบ้านหลังนี้จะเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ในชื่อ ลุงปุ๊ด&ป้าเป็ง และนอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้ว ที่นี่ยังมีของฝากให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะ

เราเดินเล่นแวะชิมของอร่อยๆ กันเกือบตลอดทาง เลยขอแวะหาที่กินข้าวแบบจริงจังกันที่ ร้านข้าวซอยกลอยใจ ร้านอาหารเหนือแท้ๆ ที่มาพร้อมกับเมนูอาหารที่หลากหลาย

ไส้อั่วจิ๋วไม้ละ 5 บาท

ร้านข้าวซอยกลอยใจตั้งอยู่กลางหมู่บ้านหาไม่ยาก

ที่ร้านมีเมนูแนะนำเป็น ข้าวซอยไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล และชุดออร์เดิร์ฟเมือง

แกงฮังเล

ชุดออร์เดิร์ฟเมือง

เครื่องดื่มสมุนไพรชื่นใจๆ

ปิดท้ายด้วยมันเผาหอมๆ

จัดหนักจัดเต็มกับมื้อกลางวันที่ร้านข้าวซอยกลอยใจ ก็ขอเดินย่อยแวะเที่ยวถ่ายรูปริมลำธาร ก่อนจะเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยมายัง วัดแม่กำปอง หรือ วัดคันธาพฤกษา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่กำปองมานานกว่า 90 ปี

เจอเจ้าถิ่น!! แต่ใจดีนะไม่กัดจ้า

ไฮไลท์ของวัดนี้จะมีโบสถ์กลางลำธาร ก่อนที่จะไหลผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านแม่กำปอง โดยโบสถ์หลังนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสองค์แรก ที่ต้องการให้สร้างอุโบสถตามหลักพุทธการที่มีน้ำล้อมรอบ และในปัจจุบันอุโบสถหลังนี้ก็ถือเป็นจุดเช็คอินสุดอันซีน สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดหากมาเยือนหมู่บ้านแม่กำปองก็ว่าได้

น้ำตกหน้าโบสถ์ มีสะพานไม้ให้เดินข้ามด้วย

เที่ยวชมความสวยงามและไหว้พระขอพรที่วัดแม่กำปองกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางกันต่อไปยังที่พักของเราในคืนนี้ที่ “บ้านสุพรรณภูมิ” บ้านน้อยกลางป่าใหญ่ที่มาพร้อมกับความน่ารักและความสะดวกสบายสำหรับการพักผ่อนอย่างดี

บ้านสุพรรณภูมิ ตั้งอยู่ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้าน ที่นี่จึงเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ไฮไลท์ของที่นี่จะมีห้องพักพร้อมสะพานแขวนเหนือยอดไม้ ที่เป็นทั้งที่พักและมุมถ่ายรูปสุดเก๋ไก๋ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนกันแบบเต็มที่และส่วนตัวสุดๆ

ภายในห้องพักตกแต่งได้อย่างสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันทีเดียว แต่ที่นี่ไม่มีแอร์และทีวีนะ เพราะด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายเหมือนคุณตากแอร์ 25 องศาตลอดวันนั่นเอง

มื้อเย็นเรารับประทานอาหารในที่พัก สำหรับอาหารของที่นี่สามารถแจ้งได้ตอนเช็คอิน หรือถ้าหากไปเดินเล่นในหมู่บ้านแล้วอาหารไม่ถูกใจ ก็สามารถสอบถามเมนูทางไลน์หรือโทรสั่งได้ถึง 19.00 น.จะเสิร์ฟเป็นเมนูง่ายๆ ซึ่งเมนูในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่มี อย่างวันนี้จะมี ข้าวกะเพราไข่ดาว และข้าวไก่เทอริยากิไข่ดาวให้เรารับประทานกันค่ะ

หรือถ้าใครอยากออกไปชิลล์เอ้าท์ สัมผัสบรรยากาศช่วงค่ำในหมู่บ้านแม่กำปองก็เดินไม่ถึง 5 นาที ก็ถึงกลางหมู่บ้านแล้ว ซึ่งช่วงค่ำร้านอาหารต่างๆ จะทยอยปิด แต่ก็ยังมีบ้างร้านที่ยังเปิดให้บริการอาหารช่วงเย็น บรรยากาศช่วงค่ำที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบทีเดียว


Day:2 เช้านี้เราตื่นมารับประทานอาหารของที่พักที่ได้จัดเตรียมไว้ในแบบเซ็ตเมนูเสิร์ฟเป็นข้าวต้มหมู ไข่กระทะ และยังมีกาแฟ ชา ผลไม้ตามฤดูกาลให้เราได้อิ่มอร่อยกันต่อ

หรือถ้าใครอยากจิบกาแฟดีๆ บริเวณด้านล่างริมน้ำตกที่นี่จะเปิดเป็นร้านคาเฟ่ในชื่อ Teddu Coffee เน้นเสิร์ฟกาแฟที่ปลูกเองแบบออร์แกนิค

และยังมีเบเกอรี่โฮมเมดกลิ่นหอมยั่วใจให้ต้องตามมาลิ้มลอง

ครัวซองต์ไข่เค็มตัวนี้เด็ดมาก!! แนะนำว่าต้องลองแค่ 120 บาท

จิบกาแฟไป นั่งชิลล์ๆ เอาเท้าจุ่มน้ำไป ก็ได้ฟีลลิ่งการพักผ่อนไปอีกแบบเหมือนกัน

หรือถ้าใครเป็นทาสแมว ที่นี่ก็มีเจ้าเหมียวตัวนุ่มๆ ให้กอดด้วยนะ

เราใช้เวลาอยู่ในที่พักกันจนเพลิน.. ก่อนที่จะเตรียมตัวเช็คเอ้าท์และเดินทางไปยังน้ำตกแม่กำปอง อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของหมู่บ้านแม่กำปองที่สามารถไปเที่ยวได้ง่ายๆ ไม่เหนื่อยมากนักกับการเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของน้ำตก

น้ำตกแม่กำปอง มีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน บริเวณด้านล่างจะเป็นจุดพักผ่อน มีศาลาริมลำธารและแอ่งน้ำขนาดเล็กให้นั่งแช่ตัวในน้ำเย็นๆ

เดินไต่บันไดขึ้นไปจนพอเหนื่อยก็ถึงยังบริเวณจุดที่ 2 ซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ และชั้นที่ 3 บริเวณด้านบนสุดของน้ำตก ที่เหมาะมาหามุมถ่ายรูปสวยๆ คู่กับหน้าผาน้ำตกที่รับรองว่าขึ้นมาถึงนี้ไม่มีผิดหวัง ได้รูปสวยๆ กลับบ้านเปลี่ยนโปรไฟล์กันอย่างแน่นอน

จากน้ำตกแม่กำปองมาไม่ไกล เราแวะมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ให้หายเหนื่อยกันที่ ร้านชมนกชมไม้ ร้านกาแฟวิวสวยที่ตั้งอยู่ด้านบนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวหมู่บ้านแม่กำปองได้อย่างสวยงาม และเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดของทริปแม่กำปองก็ว่าได้

สำหรับมนุษย์ออฟฟิศอย่างเราๆ การได้ออกมานอนนิ่งๆ สูดอากาศดีๆ จิบกาแฟหอมๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีแล้ว และสำหรับทริปแม่กำปองก็เป็นอีกหนึ่งทริปที่ตอบโจทย์ความรู้สึกของคนที่อยากรีชาร์ตพลังงานดีๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียว เพราะนอกจากอากาศจะบริสุทธิ์ สูดออกซิเจนได้เต็มปอดแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารดีๆ ผู้คนที่เป็นกันเองในเมืองที่แสนน่ารัก เรียกได้ว่าเป็นทริป 2 วัน 1 คืนที่ทำให้มนุษย์ในเมืองกรุงอย่างเราๆ ต้องตกหลุมรักหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จนต้องกลับมาซ้ำในครั้งหน้าอย่างแน่นอน

สรุปค่าใช้จ่ายทริปแม่กำปอง 2 วัน 1 คืน
ค่าที่พักบ้านสุพรรณภูมิ 3,000 บาท/หาร 2 คน/เหลือ 1500 บาท/คน
ค่าอาหาร Teddu Coffee ประมาณ 400 บาท/หาร 2 คน/เหลือ 200 บาท/คน
ค่าอาหารร้านข้าวซอยกลอยใจ ประมาณ 350 บาท/หาร 2 คน/เหลือ 175 บาท/คน
ค่าอาหารร้านชมนกชมไม้ 130 บาท/หาร 2 คน/เหลือ 65 บาท/คน
ค่าอาหารกินจุ๊บจิ๊บ 150 บาท/คน
ค่าเดินทางเชียงใหม่-แม่กำปองประมาณ 400 บาท/คน
รวมทั้งหมดประมาณ 2490 บาท /คน (ยังไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)

 


เเท็กที่เกี่ยวข้อง
แม่กำปอง คาเฟ่แม่กำปอง ร้านกาแฟแม่กำปอง ร้านคาเฟ่บรรยากาศดีแม่กำปอง ร้านชิลล์แม่กำปอง ร้านน่านั่งแม่กำปอง ร้านอาหารวิวดีแม่กำปอง คาเฟ่วิวดีแม่กำปอง


TOP 10 THE BEST MONTHLY REVIEWS

Copyright 2019 TRIPGETHER. All Rights reserved.

Check Bot

แสดงบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Google (66.249.71.155) วันนี้ เวลา 12.43 น.