7 เกาะน้ำใส เมืองไทยก็มี ไม่ต้องบินไปไกลถึงมัลดีฟส์
58.3K
Views
14  ม.ค. 2563

หลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปสัมผัสทะเลมัลดีฟส์ให้ได้สักครั้งแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที แต่ยังไม่ต้องเสียใจไปที่เมืองไทยก็มีทะเลสวยๆ น้ำใสสีมรกตไม่แพ้มัลดีฟส์เลยนะ อีกทั้งยังไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงมัลดีฟส์ก็ได้เล่นน้ำทะเลใสๆ นอนแช่ตัวพร้อมชมวิวสวยที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ได้มุมภาพเหมือนอยู่มัลดีฟส์ได้เหมือนกัน ตามมาดูกันเลยว่าเกาะสวยน้ำใสในเมืองไทยที่มีความสวยงามไม่แพ้มัลดีฟส์มีที่ไหนกันบ้าง ลุยโลด!!

AW_200114_0026


1.เกาะขาม, ตราด
(Koh Kham)

เกาะขาม .ตราด เกาะสวยน้ำใสที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “มรกตแห่งท้องทะเล” เมื่อได้ไปสัมผัสแล้วก็เป็นดั่งคำที่ว่าจริงๆ ด้วยน้ำทะเลที่ใสราวกับมรกตและหาดทรายที่ขาวนวลเนียนละเอียดที่ทอดตัวยาวออกไปในท้องทะเลประมาณ 300 เมตร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศที่นี่เงียบสงบเหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะหมากมากนัก เป็นเกาะส่วนตัวเล็กๆ ซึ่งการจะมาเที่ยวที่นี่ได้ต้องเดินทางไปเข้าพักที่เกาะหมากก่อนจึงจะสามารถนั่งเรือข้ามไปเที่ยวที่เกาะขามได้ ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือ สะพานไม้ทอดตัวยาวออกสู่ท้องทะเลที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปมุมนี้เมื่อได้มาเยือนเกาะขาม

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

Location: ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด
Phone: 039 510 928, 082 625 0300 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง


2.เกาะกูด, ตราด
(Koh Kood)

เกาะกูด .ตราด เกาะขนาดใหญ่อันดับที่สองของจังหวัดตราดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวและหาดทรายขาวน้ำทะเลใสจนได้ขนามนามว่าเป็น “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกาะที่เหมาะแก่การไปนอนพักผ่อนหย่อนใจทิ้งตัวไปกับธรรมชาติอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเกาะกูดสามารถท่องเที่ยวได้ 3 คือ ฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่อากาศดีเหมาะมาเที่ยวสวีทกับแฟนในช่วงวาเลนไทน์ ฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงที่ทะเลน้ำใสมาก เหมาะมานอนอาบแดดเล่นเซิร์ฟในวันหยุดยาว และฤดูฝนช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุมซึ่งจะมีฝนตกเป็นบางวัน ข้อดีคือเป็นช่วงที่โรงแรมราคาเบาๆ มาพร้อมโปรโมชั่นหลากหลาย หากใครกำลังวางแผนจะไปเที่ยวเกาะกูดอยู่ก็ลองเลือกบรรยากาศที่ชอบกันได้นะว่าอยากไปเที่ยวแบบไหน แต่บอกเลยว่าได้ไปสัมผัสแล้วจะติดใจอย่างแน่นอน

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

Location: ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด
Phone: 039 510 928, 082 625 0300 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง


3.เกาะพยาม, ระนอง
(Koh Payam)

เกาะพยาม .ระนอง แต่เดิมมีชื่อเรียกว่าเกาะพิยาม ซึ่งมากจากคำว่า “พอยาม” ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามันรายล้อมไปด้วยภูเขาเป็นย่อมๆ มีป่าไม้เบญจพรรณซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมูป่า และนกนานาชนิด แต่นกเหงือกพบมากพอสมควรบนเกาะพยาม เกาะพยามมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้ง วัดเกาะพยาม โบสถ์กลางน้ำ อ่าวเขาควาย ซึ่งที่แห่งนี้มีหินทะลุเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนเกาะพยามแล้วจะต้องมาถ่ายรูปสวยๆ กับหินทะลุที่สามารถมองลอดหินเห็นวิวท้องทะเลสีมรกตสวยงามดีทีเดียว ซึ่งระนองเป็นจังหวัดที่ถูกเรียกว่า เมืองฝนแปดแดดสี่ มีช่วงเวลาท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เป็นช่วงเวลาที่อากาศดีมีกิจกรรมให้ทำมากกว่าฤดูอื่น สำหรับคนที่อยากจะมาเที่ยวเกาะพยามก็รีบวางแผนการเดินทางและจองที่พักที่ถูกใจไว้ล่วงหน้านะ เพราะยิ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวแล้วคนจะเยอะมากถ้าวางแผนไม่ดีจองที่พักไม่ทันไม่รู้ด้วยนะ

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1Photo by: TheBlueSkyResortเกาะพยาม 

Location: ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง
Phone: 077 880 438 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง


4.เกาะหมาก, ตราด
(Koh Mak)

เกาะหมาก .ตราด เป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักซึ่งเป็นอีกหนึ่งเกาะที่มีความสวยงามและนักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่น ซึ่งเกาะหมากมีลักษณะเป็น 4 แฉกหรือบางคนอาจจะมองเป็นเครื่องหมายบวก ที่เกาะหมากแห่งนี้มีที่พักไม่มากนักเป็นเกาะที่เงียบสงบเหมาะแก่การไปนอนพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งบนเกาะแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสวนมะพร้าวสวนยางพาราเป็นจำนวนมาก ฤดูกาลท่องเที่ยวยอดฮิตของเกาะหมากจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีคลื่นลมเงียบสงบ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง อากาศดีที่สุด ซึ่งหากใครอยากไปเที่ยวช่วงฤดูฝนก็สามารถเที่ยวได้เหมือนกันแต่จะมีฝนตกและคลื่นลมแรงการเดินทางข้ามเกาะอาจจะไม่สะดวกมากนัก ซึ่งอาจจะมีกิจกรรมให้ทำน้อยกว่าช่วงฤดูอื่น

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

Location: ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด
Phone: 039 510 928, 082 625 0300 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง


5.เกาะหลีเป๊ะ, สตูล
(Koh Lipe)

เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล อีกหนึ่งเกาะน้ำใสที่เป็น Unseen Thailand ของทะเลอันดามัน เป็นเกาะสวยอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งไฮไลท์เด็ดของเกาะหลีเป๊ะคือน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจกสามารถมองเห็นพื้นทรายและโขดหินที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีหาดทรายที่ขาวนวลเนียนละเอียด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติไม่แพ้ที่อื่นเลย โดยช่วงที่แนะนำให้ไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงที่อากาศดีมีฝนน้อยที่สุด ซึ่งหากใครอยากมาเที่ยวในช่วงอื่นจะมีเรือบริการน้อยและยังเป็นช่วงมรสุมเที่ยวไม่สนุกอย่างแน่นอน ใครกำลังวางแผนมาเที่ยวหลีเป๊ะก็ควรหาที่พักวางแผนให้ดีและอย่าลืมเตรียมพร็อพถ่ายรูปมาให้พร้อมนะ เพราะวิวที่นี่สวยมาก เตือนแล้วนะ!!

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1Photo by: เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล 

Location: เกาะหลีเป๊ะ หมู่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล จ.สตูล
Phone: 074 783 597 อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
Fee: ค่าธรรมเนียมท่าเทียบเรือปากบารา 20 บาท/คน
อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ 
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท


6.เกาะรอก, กระบี่
(Koh Rok)

เกาะรอก มีเขตเชื่อมต่อทะเลตรัง ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประกอบไปด้วยเกาะรอกในและเกาะรอกนอก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินทางไปเที่ยวเกาะรอกจากภูเก็ตเนื่องจากอยู่ไม่ไกลกันมากนัก โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. โดยเกาะรอกเป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งมีหาดทรายทอดยาวโค้งเป็นรูปเกือกม้ามีทรายขาวละเอียด เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบอีกทั้งยังโรแมนติกมากอีกด้วย และถ้าใครได้ไปเยือนเกาะรอกแล้วจะต้องติดใจกับความน่ารักของปูเสฉวนที่เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรแห่งปูเสฉวนเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่ชื่นชอบการดำน้ำเกาะรอกก็เป็นอีกเกาะหนึ่งที่เหมาะแก่การมาดำน้ำ ซึ่งมีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์และมีสัตว์น้ำอย่าง ปลาการ์ตูน ปลาน้อยปลาใหญ่มากมายให้ชมความสวยงาม หากใครได้มาเยือนแล้วต้องติดใจอย่างแน่นอน

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1Photo by: เกาะรอก หมู่เกาะห้า  

Location: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่
Phone: 075 660 711-2 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
Fee: อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ 
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท 
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท 


7.เกาะเต่า, สุราษฎร์ธานี
(Koh Tao)

เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่มากในอดีตจึงมีเต่ามาหาแหล่งวางไข่จำนวนมาก ซึ่งเป็นเกาะที่มีความเงียบสงบและไม่มีผู้คนมาอยู่อาศัย พอเริ่มมีผู้คนมาดำน้ำและค้นพบแนวปะการังรอบเกาะจึงได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและกลายมาเป็นแหล่งดำน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งบนเกาะมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอยู่หลายจุด เช่น จุดดำน้ำกองหินชุมพร เป็นกองหินใต้น้ำมีความลึกสูงสุดอยู่ที่ 30-40 เมตร เหมาะกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์สูง จุดดำน้ำหินใบ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเกาะเต่ากับเกาะพะงัน ซึ่งเป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำมีความลึกประมาณ 24 เมตร มีฝูงปลาหลายชนิดให้นักดำน้ำได้ศึกษา และจุดดำน้ำกองหินตุ้งกู เป็นกองหินใต้น้ำมีความลึกประมาณ 30 เมตร ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเที่ยวเกาะเต่ามากที่สุด หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนสวยๆ บรรยากาศสบายๆ ก็ลองแวะไปชิลล์กันที่เกาะเต่าสักคืนสองคืนนะ

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1

KohNamSai_1Photo by: Ko Tao Resort - เกาะเต่ารีสอร์ท 

Location: ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
Phone: 077 288 818 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุราษฎร์ธานี


เเท็กที่เกี่ยวข้อง
สุราษฎร์ธานี สำนักงานสุราษฎร์ธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Koh Tao อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา Koh Rok Koh Lipe อุทยานแห่งชาติตะรุเตา Koh Mak อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง Koh Payam อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง Koh Kood Koh Kham สตูล กระบี่ ระนอง สุราษฎร์ธานี เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า เกาะรอก เกาะพยาม เกาะหมาก เกาะขาม เกาะกูด จังหวัดตราด ตราด เกาะน้ำใส
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

Copyright 2019 TRIPGETHER. All Rights reserved.

Check Bot

แสดงบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Google (66.249.71.137) วันนี้ เวลา 16.35 น.