ทริปสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน เที่ยวสโลว์ไลฟ์หน้าฝน ในงบ 1,000 นิดๆ
21.8K
Views
8 ก.ย. 2563

ช่วงฤดูฝนอากาศชวนฟินน่าไปสัมผัสบรรยากาศกรีนซีซั่น พร้อมหนีมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่ สังขละบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกาญจนบุรีประมาณ 200 กิโลเมตร ที่ใครได้มาเยือนแล้วรับรองเลยว่าฟินไปกับอากาศเย็นๆ และต้องหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตและธรรมชาติที่สังขละบุรีแห่งนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายอรรถรสเมื่อมาถึงที่แล้วจะพลาดไม่ได้กับ ‘สะพานมอญ’ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์เด็ดที่ต้องแวะมาสัมผัสให้ได้เลย ตามมาดูกันเลยว่าทริปเก็ทเตอร์มาเที่ยวสังขละบุรีในครั้งนี้จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนอีกบ้าง ลุยเลย..

AW-900-01-080920


• Day 1 •

ออกเดินทางจากกรุงเทพตั้งแต่เช้ามืด โดยใช้เวลาเดินทางไปยังสังขละบุรีประมาณ 5 ชั่วโมง เรามุ่งหน้ามายัง สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานที่มีความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศเมียนมา ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำซองกาเรีย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 

sangkraburi_1

เราเดินทางมาจอดรถที่ฝั่งหมู่บ้านมอญ และพลาดไม่ได้กับการเช่าชุดมอญใส่ไปถ่ายรูปกันจากร้านเช่าชุดร้านแรกใกล้ทางเข้าสะพานมอญ มีชุดให้เช่าทั้งชุดผู้ชายและผู้หญิงในราคาเพียง 50 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีชุดใส่บาตรให้บริการในราคาชุดละ 99 บาทอีกด้วย ร้านเปิดบริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.00 - 20.00 น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 05.00 - 21.00 น. โทร. 092 924 1954

sangkraburi_25

มาถึงที่แล้วก็ต้องไปเดินเก็บภาพบรรยากาศอัพ IG Story ซะหน่อย ระหว่างทางก็จะมีน้องๆ หอบหิ้วตะกร้าใส่ขันแป้งทานาคามาคอยแต่งแต้มใบหน้าให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาอีกด้วย

sangkraburi_4

sangkraburi_5

sangkraburi_23

บรรยากาศก็จะเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า

sangkraburi_6

ได้รูปสวยเพียบ!

sangkraburi_11

sangkraburi_2

sangkraburi_17

จากนั้นเราก็พากันไปนั่งเรือล่องแม่น้ำซองกาเรีย เป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดไหลมาจากพม่าสายน้ำแห่งชีวิตที่เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำที่เชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวมอญ โดยเรามาลงเรือกันที่ฝั่งไทยค่ะ ค่าเรือประมาณ 300 บาทนั่งได้ 2 - 4 คน พาเที่ยว 3 วัด 3 เชื้อชาติ แพลุงเณร โทร. 082 191 9142, 065 351 4379 

sangkraburi_16

sangkraburi_27

วัดแรกที่เรามาถึงคือ วัดวังก์วิเวการาม (เก่า) เป็นวัดของชาวมอญซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 2 บ้านวังกะ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2496 ซึ่งถูกจมอยู่ใต้น้ำเมื่อปี พ.ศ. 2527 จากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนเขาแหลม) ทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่าทั้งหมด 

sangkraburi_33

sangkraburi_34

สำหรับใครที่อยากเดินทางมาท่องเที่ยววัดวังก์วิเวการามในช่วงน้ำลดแบบนี้จะต้องมาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน เพราะวัดจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำเพียง 4 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อเข้าช่วงเดือนตุลาคมสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นเมืองบาดาล หากเดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้ก็จะมองเห็นเพียงหอระฆังของวัดที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น

sangkraburi_30

sangkraburi_31

ช่วงฤดูฝนก็จะมีฝนตกปรอยๆ ชุ่มฉ่ำมาก แต่บรรยากาศก็ดีมากเช่นกัน

sangkraburi_29

sangkraburi_50

sangkraburi_49

หลังจากแวะถ่ายรูปเดินชมความสวยงามของวัดแล้ว เดินทางมาเที่ยวต่อกันที่ วัดสมเด็จ (เก่า) วัดของชาวไทยซึ่งสถานที่แห่งนี้ไม่ได้จมน้ำเพราะตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ แต่ถูกทิ้งร้างเอาไว้เมื่อตอนสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนเขาแหลม)

sangkraburi_36

sangkraburi_38

ภายในวัดประดิษฐานพระประธานเพียงองค์เดียว รอบอุโบสถถูกปกคลุมไปด้วยต้นไทรใหญ่และรายล้อมไปด้วยต้นเขียวชอุ่ม เราเดินทางเที่ยวในช่วงฤดูฝนแบบนี้อากาศเย็นสบายและต้นไม้เขียวมาก

sangkraburi_39

sangkraburi_40

หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว เราพากันเดินทางต่อไปยังวัดสุดท้ายคือ วัดศรีสุวรรณ (เก่า) วัดของชาวกะเหรี่ยงเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดและจมอยู่ใต้น้ำมากที่สุดเมื่อเวลาน้ำขึ้นจะเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่โผล่พ้นน้ำ สำหรับใครที่อยากมาท่องเที่ยวช่วงน้ำลดสามารถมาได้ในช่วงเดือนเมษายนจนถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะสามารถลงไปเดินชมความสวยงามของวัดได้

sangkraburi_42

sangkraburi_43

หลังจากที่เที่ยวชมความสวยงามของวัด 3 เชื้อชาติกันไปแล้ว เราจึงเดินทางกันต่อเพื่อไปกราบไหว้สักการะเจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ที่วัดวังก์วิเวการามแห่งใหม่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในระหว่างที่เรานั่งเรือจะสามารถมองเห็นเจดีย์พุทธคยาแบบไกลๆ ได้อีกด้วย

sangkraburi_48

sangkraburi_28

เราเดินทางออกจากสะพานมอญมายังเจดีย์พุทธคยาใช้เวลาประมาณ 7 นาที สามารถขับรถเข้ามาจอดภายในลานจอดรถของวัดวังก์วิเวการามได้เลยค่ะ

Puttakaya_1

เจดีย์พุทธคยาแห่งนี้เป็นเจดีย์จำลองที่มีขนาดเล็กกว่าเจดีย์องค์จริงที่ประเทศอินเดีย เจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอันเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธ

Puttakaya_3

Puttakaya_7

ภายในวัดวังก์วิเวการามมีศาลาประดิษฐานสังขารหลวงพ่ออุตตมะ โดยบรรจุสังขารของหลวงพ่อไว้ในปราสาทมอญและมีวิหารพระพุทธรูปหินอ่อนประดิษฐาน “หลวงพ่อหยกขาว” พระพุทธรูปปางมารวิชัย

Puttakaya_4

Puttakaya_5

เมื่อเดินทางมาเที่ยวสังขละบุรีผู้คนต่างต้องแวะเวียนเข้ามากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต

Puttakaya_6

ไหว้พระสักการะบูชาเจดีย์พุทธคยากันไปแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปพักผ่อนกันที่ บ้านห้วยอู่ล่อง รีสอร์ท ที่พักของเราในคืนนี้ ตั้งอยู่ที่ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นรีสอร์ทสไตล์คันทรี่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบมาพร้อมห้องพักเรียงรายตั้งอยู่ติดริมลำธาร

Baanhuayulong-1

ห้องพักของเราในคืนนี้เป็นห้องแอร์ริมน้ำ มาพร้อมระเบียงส่วนตัววิวสวยริมน้ำ ภายในห้องกว้างขวางเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกอย่าง เตียงนอนคิงไซส์ เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ โต๊ะเครื่องแป้ง น้ำดื่ม และพื้นที่พักผ่อนสุดเงียบสงบ

Baanhuayulong-42

Baanhuayulong-2

Baanhuayulong-3

บริเวณระเบียงห้องมีชุดโต๊ะไม้นั่งสบาย สามารถออกมานั่งกินลมชมวิวสวยๆ ของธรรมชาติได้ตลอดวัน

Baanhuayulong-7

หลังจากเก็บของไว้ในห้องพักเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปรับประทานอาหารเย็น โดยมื้อเย็นของที่นี่จะเน้นเป็นอาหารไทยและอาหารเวียดนาม

Baanhuayulong-12

เริ่มต้นกันที่ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เป็นเมนูเด็ดหอมเครื่องเทศและลูกชิ้นปลากรายเป็นสูตรเฉพาะของที่นี่

Baanhuayulong-10

ตามมาด้วย เมี่ยงปลาแรด ปลาแรดตัวโตที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและน้ำจิ้มรสเด็ด

Baanhuayulong-16

แหนมเนือง สูตรเฉพาะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและน้ำจิ้มรสชาติดีที่หารับประทานได้ที่บ้านห้วยอู่ล่องเท่านั้น

Baanhuayulong-13

ขาหมูเวียดนาม เนื้อนุ่มได้รสชาติอาหารเวียดนามแท้ๆ

Baanhuayulong-11

ต้มยำไก่ รสชาติเผ็ดเปรี้ยวกำลังดี เนื้อไก่เต็มคำ

Baanhuayulong-17

ปิดท้ายด้วย ผลไม้สดๆ จากสวนอย่าง มังคุดและเงาะ (เสิร์ฟผลไม้ตามฤดูกาล) ใครติดใจก็สามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านได้

Baanhuayulong-15

บรรยากาศตอนค่ำก็จะเงียบสงบหน่อย พักผ่อนสบายและเป็นส่วนตัวมากๆ

Baanhuayulong-18

Baanhuayulong-19


• Day 2 •

ตื่นมาเล่นน้ำกันแต่เช้า เพราะบรรยากาศเช้าๆ ที่นี่ดีงามมาก 

Baanhuayulong-31

Baanhuayulong-32

Baanhuayulong-35

นอกจากนี้ยังสามารถไปเดินเล่นในสวนผลไม้ได้อีกด้วย มีทั้งสวนเงาะ มังคุด ลองกอง และส้มโอ

Baanhuayulong-24

Baanhuayulong-26

เดินเล่นถ่ายรูปกันมาพักใหญ่ก็เริ่มหิวข้าวกันแล้ว ขอมาเติมพลังยามเช้ากันหน่อย โดยอาหารเช้าที่บ้านห้วยอู่ล่องแห่งนี้เริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00 น.

Baanhuayulong-41

Baanhuayulong-45

อาหารเช้าจะเสิร์ฟเป็นเซ็ต มีให้เลือกทั้ง ไข่กระทะ เสิร์ฟคู่กับขนมปังปิ้งและแยมสตรอว์เบอร์รี่

Baanhuayulong-37

Baanhuayulong-39

ก๋วยจั๊บญวนและข้าวต้มเลือดหมู เสิร์ฟคู่กับขนมปังปิ้งและแยมสตรอว์เบอร์รี่ด้วยเช่นกัน

Baanhuayulong-38

สำหรับใครที่อยากดื่มกาแฟยามเช้า ที่นี่ก็มีบาร์กาแฟและโอวัลตินร้อนให้บริการอีกด้วย

Baanhuayulong-36

Baanhuayulong-21

มุมพักผ่อนเพียบ ไม่ว่าจะมุมไหนก็บรรยากาศดี

Baanhuayulong-23

Baanhuayulong-29

Baanhuayulong-28

รับประทานอาหารเช้าพร้อมเดินสูดโอโซนชิลล์ๆ กันไปแล้ว ก็ได้เวลาออกไปสัมผัสธรรมชาติกันต่อที่ น้ำตกเกริงกระเวีย สำหรับนักเดินทางที่มาท่องเที่ยวสังขละบุรีไม่ควรพลาดที่จะมาแวะสัมผัสความสวยงามของน้ำตกขนาดเล็กสูงประมาณ 5 เมตร น้ำตกแห่งนี้ไหลมาจากลำห้วยลดหลั่นกันลงมาตามชั้นหิน ปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ร่มรื่นสุดๆ

Klengkavie-2

Klengkavie-6

Klengkavie-20

นอกจากนี้ยังมีน้ำตกเล็กๆ กระจายอยู่รอบบริเวณ สำหรับน้องๆ หนูๆ นั้นสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยแน่นอนและมีน้ำไหลให้เล่นได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย สำหรับในช่วงหน้าฝนแบบนี้น้ำค่อนข้างแรงก็ต้องระมัดระวังกันหน่อยน้า

Klengkavie-16

Klengkavie-23

มุมถ่ายรูปจัดเต็มถูกใจสาวๆ แน่นอน

Klengkavie-13

Klengkavie-15

Klengkavie-21

เดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติสวยๆ กันต่อที่ จุดชมวิวป้อมปี่ หรือที่เรามักจะคุ้นชินกันในชื่อ ‘ปางอุ๋งแห่งกาญจนบุรี’ ดินแดนสวรรค์ของชาวแคมป์ปิ้งทั้งหลายที่นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติสวยๆ แล้วยังได้รูปถ่ายคูลๆ กลับไปอัพโซเชียลเพียบ

Pompee-1

Pompee-3

ป้อมปี่ แท้จริงแล้วเพี้ยนมาจากคำว่า ‘เปอปี่’ เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า ‘ต้นอ้อ’ เพราะในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์แห่งนี้เต็มไปด้วยดงอ้อขึ้นอยู่ริมฝั่งน้ำหลายจุดจึงกลายมาเป็นชื่อเรียกของที่นี่ 

Pompee-8

Pompee-6

มุมถ่ายรูปก็เยอะไม่แพ้จุดท่องเที่ยวจุดอื่นเลย ทั้งยังมีอากาศที่เย็นสบายและบรรยากาศเงียบสงบมากอีกด้วย

Pompee-11

Pompee-10

เป็นยังไงกันบ้างกับทริปสังขละบุรี 2 วัน 1 คืนในครั้งนี้ แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ได้อีกยาวนาน ทริปนี้เราได้เติมพลังกันอย่างเต็มเปี่ยมพร้อมกลับไปลุยงานกันต่อแล้ว ครั้งนี้ทริปเก็ทเตอร์พาเดินทางเที่ยวง่ายๆ พักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวพร้อมทั้งได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวมอญผ่านการล่องเรือเที่ยวเมืองบาดาลและวัดสามเชื้อชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินสุดอันซีนที่เหล่านักเดินทางต้องพากันมาสัมผัสให้ได้เลย สำหรับใครที่มองหาสถานที่พักผ่อนแบบสบายๆ ในวันหยุดอยู่ ลองชวนเพื่อนมาจัดทริปสังขละบุรีเที่ยวฟินๆ หน้าฝนใช้งบแค่ 1,000 นิดๆ ก็ได้มาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติแล้ว รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักสังขละบุรีอย่างแน่นอน


สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป สังขละบุรี 2 วัน 1 คืน

ค่าเช่าชุดสาวมอญ = 100 บาท
ค่าเรือเที่ยวเมืองบาดาล 3 วัด = 300 บาท
ค่าที่พักบ้านห้วยอู่ล่อง = 2,400 บาท (แพ็คเกจห้องแอร์ รวมอาหาร 2 มื้อเช้า+เย็น ราคา 1,200 บาท/คน)
ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม = 110 บาท (ค่าเข้า 40 บาท/คน, ค่ารถ 30 บาท/คัน)

รวมทั้งหมด 2,910 บาท/ไป 2 คนตกคนละ 1,455 บาท
(ราคาไม่รวมค่าเดินทาง และค่าน้ำมันรถ)


เเท็กที่เกี่ยวข้อง
จุดชมวิวป้อมปี่ ป้อมปี่ เมืองบาดาล อุทยานแห่งชาติเขาแหลม วัดวังก์วิเวการาม เจดีย์พุทธคยา ทริปสังขละบุรี เที่ยวสังขละบุรี น้ำตกเกริงกระเวีย จุดชมวิวป้อมปี่ บ้านห้วยอู่ล่อง รีสอร์ท วัดศรีสุวรรณ (เก่า) วัดสมเด็จ (เก่า) วัดวังก์วิเวการาม (เก่า) สะพานอุตตมานุสรณ์ สะพานมอญ สังขละบุรี
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

Copyright 2019 TRIPGETHER. All Rights reserved.

Check Bot

แสดงบอทที่เข้ามาเก็บข้อมูล
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Google (66.249.71.132) วันนี้ เวลา 21.38 น.